ชีวิตใหม่กับอะไรใหม่ๆ

posted on 17 Apr 2017 21:55 by chemicalpick

1. ผมย้ายบ้านใหม่ได้เดือนกว่าแล้ว

ตอนแรกยังเขินๆกันอยู่ ตอนนี้เริ่มชิน มองหน้าแล้วไม่หลบสายตากัน

อารมณ์เหมือนไปเที่ยวต่างประเทศแล้วพักที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานาน

ใช้เวลาแค่ 3-4 คืน เราจะรู้สึกว่าคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้มาก

ระดับความเซียนเพียงพอให้มองว่าแขกแปลกหน้าในคืนแรกเป็นแค่รุกกี้ที่ต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ ฮ่าๆๆ

 

จะว่าไป นิสัยจริงๆของมนุษย์นี่มันต้อง "ติดสถานที่" หรือเปล่า

สมัยที่เรายังเป็นลิงที่แสนโดดเดี่ยว เร่ร่อนหากินไปวันๆแล้วก็ตายจากโลกนี้ไป

ตอนนั้นสิ่งที่เรียกว่าบ้าน มันถือกำเนิดขึ้นหรือยัง

ในช่วงเวลาที่ทุกชีวิตยังเป็นเจ้าของที่ดินทุกตารางเมตรบนโลกโดยชอบธรรม เราย้ายบ้านกันบ่อยแค่ไหน

ถ้าการดำเนินชีวิตของเราคือออกไปหาอาหาร จากนั้นก็กลับมายังสถานที่ปักหลักชั่วคราวในตำแหน่งเดิมๆ

แล้วเหตุผลที่เราต้องย้ายฐานที่มั่นไปเรื่อยๆ คืออะไร

เวลาที่เราจำต้องจากถิ่นฐานนั้นไป ครั้งใดที่เราหวนกลับมา เราจะยังจำมันได้หรือเปล่า

 

ถ้าบ้านมีชีวิต ช่วงเวลาย้ายบ้านนี่แหละดราม่าที่สุด

คิดดูว่าเราอยู่กินกันมาตั้งแต่มันเกิด

วันหนึ่งเราย้ายทั้งตัวเองและข้าวของทุกอย่างออกไปหาบ้านใหม่

เหลือไว้แค่ของที่ไม่เอาแล้ว กับฝุ่น

บ้านมันก็คงคิดว่ากูนี่แหละ หนึ่งในของที่พวกมึงไม่เอาแล้ว แล้วก็ร้องไห้

ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงคลั่ง

จริงๆผมเป็นคนค่อนข้างยึดติดกับทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

แต่ครั้งนี้มันดูเหมือนง่าย เพราะบ้านมันไม่มีจิตใจยังไงล่ะ

 

2. มีสิ่งที่ดีมากๆ เกิดขึ้นในชีวิตในบ้านใหม่หลังนี้

เป็นความตื่นเต้นในระดับที่จัดว่าสูงเป็นอันดับต้นๆ ของชีวิต

นั้นคือผมมีห้องซ้อมดนตรีเก็บเสียงอย่างดีเป็นของตัวเอง

มันเป็นความฝันของนักดนตรีวัยมัธยมทุกคน

ที่จะต้องมีห้องซ้อมส่วนตัวของคนใดคนหนึ่งในวง แล้วพาเพื่อนไป"ถล่ม"

วันนี้ผมมีมันแล้ว ถึงจะเป็นห้องเล็กๆ และห่างไกลจากภาพในจินตนาการอยู่เยอะ แต่ก็ดีที่สุดที่จะมีได้แล้ว

 

แผนนี้เริ่มมาเกือบสิบปี จากที่ผมจะบูรณะ(หรือพูดกันติดปากว่ารีโนเวท)ห้องๆหนึ่งในบ้าน

เป็นห้องชั้นสอง ทรงสี่เหลี่ยม มีห้องน้ำในตัว หน้าต่างใหญ่สองบาน

มีกลองชุดน่ารักๆตั้งอยู่หนึ่งชุด

 

 

ขอตั้งชื่อรูปว่า มุมมลพิษทางเสียง
 
 
คุยกับเพื่อนดิบดีมากว่ากูจะทำห้องนี้ให้พวกมึงมาซ้อมกันจนเราออกอัลบั้ม

ขั้นตอนแรก ณ ตอนนั้นคือการวางพื้นที่ อะไรอยู่ตรงไหน มึงจะยืนเล่นเบสตรงนั้นตรงนี้นะ กูอยู่จุดนี้นะ

เรียบร้อยแล้วจึงเตรียมลงมือทำเอง ศึกษาวิธีการและตีราคา

ผลออกมาคือห้องนี้ต้องใช้งบกว่าสองแสนบาท(ในยุคที่การฉลองใหญ่สุดๆอย่างวันสอบเสร็จ ไปได้สุดแค่หมูกระทะ)

โครงการนี้จึงพับไป

 

แต่มาช้าดีกว่าไม่มา

ทันที่พ่อมีแผนจะปลูกบ้านใหม่ ผมก็ได้จองพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้เรียบร้อยแล้ว

พอถึงเวลาจะทำมันขึ้นมาจริงๆ นั้นง่ายมาก จ้างผู้รับเหมามาทำให้ ทยอยไปดูบ้างบางครั้ง ปิดงาน ย้ายของเข้าห้อง จบ

ทุกอย่างสมูทจริงๆขอแค่คุณมีเงิน แค่นั้นเองโลกทุนนิยมของพวกเรา

 

 

ห้องเบี้ยวๆ นี่ล่ะ ทำอดข้าวไปหลายมื้ออยู่

 

ความฝันคนเรามีไม่กี่อย่าง ตอนนี้บรรลุไปอย่างนึงแล้ว ไม่รู้เรียกว่า "พร้อมตาย" ได้มากขึ้นหรือยัง
 
3. นอกจากห้องซ้อมแล้ว ผมยังเข้าโครงการชุบชีวิตคอมเก่าให้ดูใหม่ขึ้นอีกด้วย

 

มันเริ่มมาจากคอมตั้งโต๊ะผมอืดมาก เอานิ้วเท้าจิ้มปุ่มเปิดเครื่องแล้วต้องรอประมาณ 10 นาที ถึงเริ่มใช้งานได้

คลิ๊ก my computer ต้องรออีก 5 นาที เสียบแฟรชไดร์ก๊อบงานต้องรออีก 10 นาที

ร้านการแฟที่เรียกตัวเองว่าสโลไลฟ์คาเฟ่ ควรจะตามหาคอมนิสัยแบบนี้ไปประดับร้าน

 

เนื่องจากผมเป็นคนที่ความรู้ด้านไอทีอยู่ไม่ไกลจากศูนย์

นั่นเพราะผมถูกรายล้อมไปด้วยผู้มีความรู้ ทั้งพี่ชาย ทั้งเพื่อนในกลุ่มทุกคน

หน้าที่ผมมีแค่โวยวายว่าเห้ยคอมเป็นไรวะ จากนั้นความช่วยเหลือจากภาคญาติมิตรก็จะเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ถ้าคุณซื้อทัวร์ไปเที่ยวปาปัวนิวกินีพร้อมเพื่อนซี้ 5 คนที่อยู่อินโดนีเซียมาคนละ 10 ปี

คุณอาจจะแค่นอนกระดิกเท้าดูสภาพอากาศ รอวันไปเที่ยวอย่างเดียว

โดยไม่ได้อยากจะมานั่งศึกษาว่าเกาะนี้มันเดินทางยังไง มีรถไฟฟ้าหรือเปล่า

 

ตัดภาพกลับมาที่การซ่อมคอม

ขั้นแรกวอเรียกพี่ชาย แจ้งใบส่งตัวลงทะเบียนเข้าแผนกอายุรกรรม

มีการดูอาการเบื้องต้นนิดหน่อย จากนั้นโดนสั่งเบิก Harddisk เพื่อย้ายข้อมูลไปเก็บ เผื่อเครื่องจะรันเร็วขึ้นบ้าง

การทำงานทุกอย่างเหมือนโรงพยาบาลเอกชน พบหมอเพื่อวินิฉัยในสามนาที สั่งยา แยกย้าย

ที่พีคคือบ้าจี้ไปหาซื้อ Harddisk มาสามพันกว่าบาท เพื่อย้ายข้อมูลแทบหมดเครื่อง

แล้วพบว่าไม่มีห่าอะไรดีขึ้นเลย

 

โดนไปเรียบร้อย สีสวยงาม ไม่มีการผ่อนชำระให้เกิดหนี้สิน
 

เปลี่ยนจากการพบหมอสกิลคลีนิก ไปหาผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีขึ้นอีกหน่อย

โทรเรียกเพื่อนที่ฝังตัวในวงการมาดูคอม และแล้วก็ได้รับทราบต้นเหตุอาการ

นั่นคือโปรแกรม scan virus ที่เป็น virus ซะเอง

มันมีชื่อว่า Baidu Antivirus ซอฟแวร์เจ้าปัญหาจากแผ่นดินใหญ่

ไม่รู้ว่าท่านมาจากไหน เมื่อไหร่ ไฟท์บินอะไร แต่สุดท้ายเราก็มาพบกัน...

ระหว่างคนโง่คอมหนึ่งคน กับซอฟแวร์อันตรายที่สุดในโลกที่กล่าวขานกันในโลกไอที

(เพลงขึ้น)

 

มีมติว่าต้องล้างคอมใหม่ ฟอร์แมตทุกอย่าง

ที่จี๊ดคือเพื่อนสั่งให้ซื้อ Harddisk ใหม่อีกลูก

เพราะที่ซื้อมามันเอาไว้ใช้คนละประเภท แทบไม่ส่งผลอะไรต่อเคสที่เกิดขึ้น

 

???

ว๊อท!

 

สรุปคืองานนี้โดน Harddisk ไป 2 ลูกแบบงงๆ

 

สวัสดีตัวเธอ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเธอจะไม่ระเบิดใส่ปากเราขณะคุยไปชาร์จแบตไป

 

ซื้อ Harddisk ใหม่ ล้างเครื่อง ลงวินโด้ใหม่

คอมเร็วแรงทะลุโลก ซุปเปอร์ฟาส ป๊าด888

มีความสุขมาก รักคอมเครื่องนี้ขึ้นเยอะเลยครับ

บางทีเราก็คบหาชอบพอกันดีขึ้นหรือแย่ลงด้วยเรื่องผลประโยชน์และ functional ล้วนๆ

เหมือนคอมเครื่องนี้นั่นแหละ

 

ตอนนี้เลิกใช้นิ้วเท้าจิ้มปุ่มเปิดเครื่องแล้วครับ